ล้วงลึกคุณสมบัติการทำเคลือบแก้ว

หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ล้วงลึกคุณสมบัติการทำเคลือบแก้ว  (อ่าน 33 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 12 เม.ย. 17, 13:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ล้วงลึกคุณสมบัติการทำเคลือบแก้ว
เคลือบแก้วดีไหม , เคลือบแก้วแล้วดีอย่างไร , เคลือบรถยนต์แล้วมีผลอย่างไรบ้าง… เรื่องเหล่านี้เป็นคำถามที่บรรดาคนรักรถ จำนวนไม่น้อยให้ความสนใจ และอยากจะทดลองใช้งานการ เคลือบสีรถ แบบที่เขาเรียกว่า “เคลือบแก้ว” กันดูบ้าง แต่ยังไม่มีโอกาส หรือยังไม่มั่นใจ ต้องการเก็บข้อมูลก่อนเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะทำเมื่อไหร่ดี เรื่องเหล่านี้จริงๆ เราสามารถสรุปประเด็นมาตอบได้เพียงหัวข้อเดียว นั่นก็คือ เรื่องของคุณสมบัติ ของการ เคลือบแก้วรถยนต์ ว่าเมื่อทำไปแล้วจะเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลอะไรกับรถที่ทำไปแล้วบ้าง
คุณสมบัติของรถที่ผ่านการทำ เคลือบแก้วรถยนต์ มาแล้ว มีอยู่ด้วยกัน 3 ประการหลักๆ คือ

1.    คุณสมบัติในด้านความแข็งของผิวสีรถ เรื่องนี้เป็นหนึ่งในคุณสมบัติหลักที่เราจะได้มาหลังจากเอารถไปทำ เคลือบแก้ว มาแล้ว ซึ่งความแข็งในที่นี้หมายถึง การทนทานต่อการขูดขีดของสารเคลือบที่อยู่เหนือผิวสีรถขึ้นไป มีลักษณะเป็นชั้นฟิล์มใสๆ อยู่ด้านบน ซึ่งจะแข็งมากแข็งน้อยอยู่ที่ระดับเกรดของ น้ำยาเคลือบแก้ว ที่เขาแสดงสัญลักษณ์ค่าความแข็งของมาด้วยตัว H ที่ย่อมาจากคำว่า Hardness เราจะสังเกตได้ว่าเวลาเอารถไปเคลือบจำมีน้ำยาให้เลือกว่าจะเอาระดับกี่ H ส่วนมากที่เห็นตามศูนย์บริการทั่วไปก็เป็นค่าความแข็ง 7H ถึง 9H แต่กว่าได้ค่าระดับความแข็งเหล่านี้มา ไม่ใช่อยากบอกว่ามีความแข็งเท่าไหร่ก็ได้ มันเป็นผลมาจากการทดสอบการวัดค่าความแข็ง Hardness tester ซึ่งเป็นการทดสอบความแข็งโดยการใช้วัสดุมากดหรือขีดกันเพื่อวัดระดับความแข็ง รถเคลือบแก้ว ปัจจุบันมีระดับการปกป้องสูงสุดอยู่ที่ระดับ 9H ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกับแก้ว

2.    คุณสมบัติในด้านความหนาของชั้นฟิล์มที่เคลือบอยู่ แน่นอนว่ายิ่งหนาก็ยิ่งป้องกันได้มาก เพราะเท่ากับมีเกราะป้องกันสีผิวแท้ของรถหนามากตามไปด้วย ระดับความหนานี้วัดกันเป็นหน่วย ไมครอน ( 1 ไมครอน = 1/1,000,000 m) ความหนานี้นอกจากทำให้มั่นใจส่าสีแท้จะไม่ถูกกระทำให้เกิดรอยได้ง่ายแล้ว ยังมีส่วนในเรื่องของการทำให้รถดูมันเงาสวยงามอีกด้วย

3.    คุณสมบัติในด้านความลื่นของพื้นผิวที่เคลือบเอาไว้ ซึ่งมีการวัดโดยใช้ระดับความกลมของเม็ดหยอดน้ำที่หยดลงไปเป็นตัววัด ซึ่ง น้ำยาเคลือบแก้ว ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน จะมีการแจ้งระดับองศาของเม็ดน้ำอยู่ประมาณ 90 – 140 องศา เม็ดน้ำยิ่งกลมมากก็ยิ่งไหลออกจากผิวได้เร็ว ถือว่ามีความลื่นมา รถที่ผ่านการทำ เคลือบแก้ว มา เราจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เม็ดน้ำที่หยดลงไปโดนจะกลิ้งไหลออกไปอย่างรวดเร็วไม่จับติดพื้นผิว มีลักษณะเหมือนน้ำกลิ้งบนใบบอน

นี่คือ คุณสมบัติที่จะเกิดขึ้นกับรถของเรา เมื่อนำเอารถไปทำ เคลือบแก้ว ออกมาแล้ว ซึ่งมันแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทำให้รถของเราสามารถลดปัญหาเรื่องการเกิดรอยขีดข่วน ลดปัญหาเรื่องสีซีดจาง ป้องกันสิ่งสกปรกที่จะมาเกาะติดสีรถทำให้เป็นรอยหรือเป็นคราบ ไปถึงสามารถทำความสะอาดด้วยตัวเองได้ง่ายมากยิ่งขึ้น นี่น่าจะเป็นข้อมูลสำหรับช่วยให้ท่านที่สนใจทราบมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่จะได้รับหลังจากที่รถของเราผ่านการเคลือบผิวแบบพิเศษนี้แล้ว…

ขอบคุณข้อความจาก https://albatroscarcare.com/2016/11/16/glass-coating_00%E0%B8%B86/
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม